ประโยคเพื่อบอกกล่าวสั้นๆที่สื่อความหมายแอบแฝงให้มองเห็นถึงความเกี่ยวข้องอันสนิทสนมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้านป่าดงกับกิจกรรมกระบวนการทำไม้ที่มีที่มาที่ไป เกือบพร้อม… ในสมัยก่อนก่อนจะมีการทรงกรมป่าดง วิธีการทำไม้และก็การใช้ผลิตผลจากป่าในประเทศไทยไม่ได้อยู่ในความดูแลของรัฐบาล ประชาชนสามารถตัดฟันนำไปใช้สอยหรือค้าขายได้โดยเสรี นอกจากในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศซึ่งเป็นแหล่งที่มีไม้สักสมบูรณ์บริบูรณ์ กษัตริย์เขตดินแดนต่างๆได้ยึดเอาป่าดงสักในท้องที่ของตนเองเป็นสินทรัพย์ส่วนตัว ใครกันแน่ปรารถนาจะทำไม้สักในป่าท้องที่ใด จำเป็นต้องขอรับอนุญาตจากเจ้าผู้ครองเมืองนั้น โดยยอมเสียตังค์ให้ตามปริมาณต้นสักที่ตัดฟันลง ซึ่งเรียกว่า “ค่าตอไม้”

การถือสิทธิ์ในป่าของเจ้าผู้ครองเมืองได้ดำเนินบ่อยมาจนกระทั่งยุครัชกาลที่ 5 ก็มีการเปลี่ยน ด้วยเหตุว่าผู้ครอบครองป่าส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว เปิดอนุญาตให้มีการทำไม้อย่างไม่แฟร์ ก็เลยกำเนิดกรณีที่พิพาทระหว่างผู้ขอ คนรับอนุญาตรวมทั้งเจ้าเมืองซึ่งเป็นเจ้าของป่าอยู่เนื่องๆทำให้รัฐบาลในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จะต้องแทรกแซงปรับแก้ ด้วยการออกพระราชบัญญัติสำหรับแพทย์เมือง พุทธศักราช 2417 มาใช้ แต่ว่ายังคงให้สิทธิ์ครองแก่กษัตริย์ตัวอย่างเช่นเดิม จนถึงปี พุทธศักราช 2426 เมื่อรัฐบาลลงลายลักษณ์อักษรทางพระราชไมตรีกับอังกฤษ ก็ได้มีบริษัทข้ามชาติเข้ามาดำรงชีพสำหรับเพื่อการทำไม้กันมากยิ่งขึ้น ซึ่งแปลงเป็นผลเสียแรงถัดมา เหตุเพราะเมื่อมีผู้มีความประสงค์ทำไม้มากขึ้นเรื่อยๆก็จำต้องช่วงชิงกันเพื่อจะได้รับอนุญาต ต่างข้างต่างมอบเงินกินเปล่าเยอะมากๆๆแก่เจ้าเมืองเพื่อจะได้สิทธิสำหรับการทำไม้ ทำให้บรรดาผู้ขอทำไม้ได้รับความเดือดร้อน

นอกนั้นยังปรากฎว่าการคิดบัญชีค่าตอไม้ได้ปฏิบัติกันอย่างไม่รอบคอบ รัฐบาลก็เลยตรึกตรองมองเห็นสิ่งที่มีความต้องการที่จะจำต้องจัดแจงควบคุมแนวทางการทำไม้ให้รัดกุมยิ่ง ขึ้น เพราะฉะนั้นในปี พุทธศักราช 2436 รัฐบาลก็เลยยืมตัวนายเอช ชเลค ผู้ดีอังกฤษ ผู้ชำนาญการป่าดงของประเทศพม่ามาชั่วครั้งชั่วคราว เพื่อช่วยวางแผนจัดแจงป่าดงของไทย ซึ่งนายชเลค ได้ตรวจสอบรวมทั้งทำให้ทราบถึงข้อเสียสาเหตุจากมูลเหตุ 2 ประการหมายถึงประการแรก การทำป่าไม้ทั้งสิ้นอยู่ในความครองของนายจ้างผู้ครอบครองท้องที่ ทำให้มีการเกิดการเรียกเงินกินเปล่าตามใจชอบ รวมทั้งประการลำดับที่สอง การทำป่าไม้เท่าที่เป็นอยู่ยังไม่มีอยู่ในกฎระเบียบอันถูกเป็นขาดวิธีการเกี่ยวกับการปกป้องรักษาป่าเพื่อที่ป่าดงจะสามารถอำนวยผลได้ อย่างคงทน มันก็คือ ได้มีการทำไม้ในป่าดงสักจนถึงเกินฐานะของป่าไม้มากมาย ซึ่งเป็นการไม่ถูกวิธีการของวิชาการป่าดงที่นับว่า “ป่าดงที่มีอยู่ทั้งปวงเป็นเหมือนทุนซึ่งเป็นของประเทศ รวมทั้งจำนวนแก่นไม้ที่เพิ่มขึ้นขึ้นทุกปีนั้นเป็นดอกที่พวกเราบางทีก็อาจจะนำออกใช้ สอยได้เป็นทุกปี ทุนที่มีอยู่ไม่ควรไปสัมผัสเด็ดขาด อาจใช้แต่ว่าดอกแค่นั้น ไม่เช่นนั้นแล้ว ป่าดงที่มีอยู่ก็จะไม่สามารถที่จะอำนวยประโยชน์อย่างคงทนได้ตลอดกาล”